Chapter 10: Practice and Utopia
4 min readภาพรวม
บทสุดท้ายของหนังสือหลักถามว่า: ความรู้ที่เรามีเกี่ยวกับความเป็นชายหมายถึงอะไรสำหรับโครงการความยุติธรรมทางสังคมในความสัมพันธ์ทางเพศสภาพ — Connell เสนอว่าต้องมีการผสมผสานระหว่าง degendering strategy (การรื้อถอนความเป็นชายกระแสหลัก) กับ recomposing strategy (การประกอบใหม่ขององค์ประกอบทางวัฒนธรรมของเพศสภาพ) — ในทางปฏิบัติสิ่งที่จำเป็นไม่ใช่ "men's movement" แบบเดิม — แต่เป็น alliance politics — การเมืองของการเป็นพันธมิตรระหว่างกลุ่มต่างๆ — โดยมี education เป็นยุทธศาสตร์หลัก — และยอมรับว่าโครงการนี้มีน้ำหนักทางการเมืองน้อยมากในปัจจุบัน — แต่ก็มีฐานอยู่ในความขัดแย้งและความซับซ้อนของ gender relations เอง
แนวคิดหลัก (Core Concepts)
Historical Consciousness — จิตสำนึกทางประวัติศาสตร์
- ผู้ชายในประเทศอุตสาหกรรมมีความตระหนักรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงใน gender relations — ตั้งแต่ทศวรรษ 1950 ก่อน Women's Liberation ด้วยซ้ำ
- แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่โครงสร้างทางวัตถุและสถาบันของ patriarchy — สิ่งที่พังทลายคือการสร้างความชอบธรรม (legitimation) ของ patriarchy
- ตัวเลข: ในสหรัฐฯ รายได้มัธยฐานของผู้ชายคือ 197% ของผู้หญิง (1990) — ผู้ชายยังครองอำนาจระดับสูง — ควบคุมอาวุธ — patriarchy ยังอยู่
- แต่เงื่อนไขของการอภิปรายเปลี่ยน — ตอนนี้การปฏิเสธความเท่าเทียมของผู้หญิงและการรักษา homophobia ต่างหากที่ต้องหาความชอบธรรม
- การเกิดขึ้นของจิตสำนึกทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ gender: การรู้ว่า gender เป็นโครงสร้างของความสัมพันธ์ทางสังคมที่เปิดรับการปฏิรูป — ใช้เวลานานกว่าจิตสำนึกเกี่ยวกับชนชั้น — การเคลื่อนไหวปลดปล่อยทศวรรษ 1970 ทำให้จิตสำนึกนี้ระเบิดออก
- จุดเปลี่ยนที่ย้อนกลับไม่ได้: แม้แต่พวกอนุรักษ์นิยมก็ยอมรับความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของ masculinity — ไม่มีใครสามารถสมมุติได้อีกต่อไปว่าผู้ชายและความเป็นชายเป็นอย่างที่เป็นอยู่
Purposes of Action — เป้าหมายของการกระทำ
- Liberal pluralism และ postmodernism ต่างปฏิเสธการมีพื้นฐานร่วมของการเมือง — แต่ทั้งสอง underestimated onto-formativity ของ practice — ความสามารถในการสร้างความเป็นจริงทางสังคมใหม่
- Social justice = complex equality (Michael Walzer) — ในสามโครงสร้างของ gender order:
- Power: ยุติความเด่นของผู้ชายในรัฐ วิชาชีพ การจัดการ — ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง — เปลี่ยนโครงสร้างสถาบัน
- Division of Labour: ยุติ patriarchal dividend — แบ่งปันงานบ้าน — ทำให้การศึกษาเท่าเทียมกัน
- Cathexis: ยุติการตีตราความแตกต่างทางเพศ — เลิก compulsory heterosexuality — สร้าง heterosexuality บน reciprocity ไม่ใช่ hierarchy
- Social justice ไม่ใช่ความสม่ำเสมอ — complex equality คือเงื่อนไขสำหรับ diversity ที่แท้จริง
ปัญหาว่าด้วยเป้าหมายทางการเมือง
- ผู้ชายใช้อำนาจเหนือผู้หญิงที่มีร่างกาย — ไม่ใช่เหนือ gender ที่เป็นนามธรรม
- สองกลยุทธ์ที่ขัดแย้งกันในทางตรรกะ:
- ถ้าปัญหาคือข้อได้เปรียบของผู้ชาย → reform economic and political machinery — ไม่ต้องสนใจการสร้าง masculinity
- ถ้าปัญหาคือ masculinity → remaking of personality — แต่ต้องเปลี่ยน masculinity ในผู้หญิงด้วย — และมันไม่ชัดเจนว่าการกีดกันเด็กผู้หญิงจากการเล่น baseball หรือผู้หญิงจากการใช้ bureaucratic skills จะเป็นความยุติธรรม
- ความจำเป็นของทั้งสอง: การเมืองสิทธิอย่างเดียวไม่พอ — เพราะ defenders of patriarchy รู้ดีกว่า — พวกเขาอุทธรณ์ต่อ difference — แต่ difference นี้ถูกจัดระเบียบเป็น dominance เสมอ — ผ่าน body-reflexive practices
- Depth of resistance: การวิจารณ์ dominance ถูกมองว่าเป็นการโจมตี difference — เสี่ยง gender vertigo และความรุนแรง — ในแง่ Lacanian: การโจมตี Phallus — ในแง่ Freudian: การรื้อฟื้น terror of castration
- ดังนั้น degendering strategy จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้
Degendering and Recomposing — การรื้อถอนและประกอบใหม่
- Degendering: ต้องทำงานในระดับของร่างกายด้วย — ไม่ใช่แค่วัฒนธรรมและสถาบัน — re-embodiment for men: การหาวิธีใช้ รู้สึก และแสดงร่างกายชายที่แตกต่าง — เช่นการดูแลทารก — พัฒนาความสามารถของร่างกายชายที่นอกเหนือจากสงคราม กีฬา หรือแรงงานอุตสาหกรรม
- ปัญหา: การเลิกล้ม hegemonic masculinity เสี่ยงที่จะทำลายวัฒนธรรมเชิงบวกที่ถูกผลิตขึ้นมา — hero stories จาก Ramayana และ Iliad — neighbourhood baseball — จริยธรรมของการเสียสละเพื่อผู้อื่น — มรดกที่ควรค่าแก่การมี
- Recomposing: การยืนยันทั้ง difference และ degendering ในเวลาเดียวกัน — gender multiculturalism — เล่นกับองค์ประกอบของ gender — bodybuilders ทำงานในโรงเรียนอนุบาล — lesbians ใส่ leather jackets — เด็กชายเรียนทำอาหาร
- เงื่อนไข: "package deal" ที่เชื่อมโยง beauty กับ status ต้องถูกแกะออก — recomposing strategy ต้องเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับโครงการความยุติธรรมทางสังคม
- ตัวอย่าง: heroism — มันถูกผูกแน่นกับ hegemonic masculinity — จนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะนำเสนอ gay men ในฐานะ heroic ในวัฒนธรรมมวลชนร่วมสมัย — แต่โครงการความยุติธรรมทางสังคมทำให้การเฉลิมฉลอง heroism ของ gay men ที่เกิดจาก homosexuality ของพวกเขาเป็นไปได้
Forms of Action — รูปแบบของการกระทำ
- โมเดล "men's movement": virtues — flexibility, antiauthoritarianism, inventiveness — แต่ก็อนุญาตให้เปลี่ยนไปสู่การเมืองแบบอื่น — จาก politics of critique → therapy → mythopoetic movement
- ปัญหาพื้นฐาน: Tolson — "ในความหมายหนึ่ง — เราเป็นจักรวรรดินิยมในการกบฏของทาส" — consciousnessraising สำหรับชาย heterosexual ไม่ได้นำไปสู่ mobilization และ group affirmation — แต่นำไปสู่ marginalization และ disintegration
- countersexist politics among men ไม่สามารถมี solidarity รอบ shared interest — เพราะมันมุ่งต่อต้านผลประโยชน์ที่พวกเขาแบ่งปัน — "antisexist politics must be a source of disunity among men, not a source of solidarity"
- ทางเลือก: alliance politics — การเมืองของความเป็นพันธมิตร — ไม่ใช่ men's movement ที่เป็นเอกภาพ
- ความเป็นไปได้ในจุดตัดระหว่าง gender กับโครงสร้างอื่นๆ:
- Labour movement: United Steelworkers of America กดดันให้จ้างผู้หญิง — Builders Labourers Federation สนับสนุนการเข้ามาของแรงงานหญิง
- Strikes: Fall River (ศตวรรษที่ 19) — British coal miners' strike (1984) — women's militancy เริ่มการเปลี่ยนแปลง gender
- Environmental movement
Education — การศึกษา
- การศึกษาคือ key site ของ alliance politics — และเป็น formation of capacities for practice
- Curricular justice: จัดระเบียบความรู้จากมุมมองของผู้เสียเปรียบน้อยที่สุด — กลับการปฏิบัติปัจจุบันที่จัดระเบียบความรู้จากมุมมองของผู้มีสิทธิพิเศษ
- ขั้นตอน:
- Pluralize sources of curriculum content — gender-inclusive curriculum
- Invert hegemony — นักเรียนชนชั้นกลางต้องมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ที่จัดระเบียบรอบผลประโยชน์ของชนชั้นแรงงาน — เด็กชายต้องมีส่วนร่วมในหลักสูตรที่จัดระเบียบรอบผลประโยชน์ของเด็กผู้หญิง
- นี่เรียกร้อง empathy — ความสามารถในการมองจากมุมมองของผู้อื่น — สิ่งที่ถูกปฏิเสธอย่างเป็นระบบใน hegemonic masculinity — แต่นี่คือเป้าหมายคลาสสิกของการศึกษา
- การวิจัย social science เกี่ยวกับ masculinity เป็นทรัพยากรสำคัญ — โมเดลของ moments of engagement, distancing, separation สามารถพบได้ในหลายบริบท
Prospects — อนาคต
- โครงการเปลี่ยนแปลง masculinity แทบไม่มีน้ำหนักทางการเมืองเลย — ไม่มีแรงงัดต่อนโยบายสาธารณะ — ไม่มีทรัพยากรองค์กร — ไม่มีฐานมวลชน
- Men's interest in patriarchy ทรงพลัง — ถูก institutionalized ในรัฐ — ถูกบังคับใช้ด้วยความรุนแรง — ขยายไปทั่วโลกผ่าน globalization — สนับสนุนโดย women's investment in patriarchy
- แต่ interest นี้แตกแยก (fissured) โดยความซับซ้อนทั้งหมดในการสร้าง masculinity ทางสังคม — ความแตกต่างระหว่าง hegemonic และ complicit — การต่อต้านระหว่าง hegemonic และ subordinated/marginalized — การแบ่งชั้นของบุคลิกภาพ — การเล่นกันระหว่าง gender กับ class, race, globalization
- Men's relational interests ในสวัสดิภาพของผู้หญิงและเด็กผู้หญิงสามารถแทนที่ gender-specific interests ใน supremacy — heterosexual sensibility สามารถเกิดขึ้นโดยไม่มี homophobia — alliances ระหว่างชาย heterosexual กับ gay politics เป็นไปได้
- การเมืองใหม่ของ masculinity ต้องการ: arenas ใหม่ (curriculum, AIDS/HIV, anti-racism) — forms ใหม่ (alliance work, ไม่ใช่ men's groups) — internationalism — และในบางแง่มันต้องเป็น politics beyond interests — politics of pure possibility
Key Takeaways
- Historical consciousness เกี่ยวกับ masculinity เป็นจุดเปลี่ยนที่ย้อนกลับไม่ได้ — แต่จิตสำนึกนี้สามารถนำไปสู่การเมืองที่แตกต่างกันอย่างมาก — ไม่ได้รับประกัน progressive politics
- การเมืองของความยุติธรรมทางสังคมใน gender ต้องมีทั้ง degendering strategy และ recomposing strategy — ทั้งการรื้อถอนโครงสร้างการครอบงำและการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า
- โมเดล "men's movement" มีข้อจำกัดพื้นฐาน — countersexist politics ไม่สามารถสร้าง solidarity บน shared interest ได้ — ต้องเปลี่ยนไปสู่ alliance politics
- Education เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ — curricular justice — จัดระเบียบความรู้จากมุมมองของผู้เสียเปรียบน้อยที่สุด
- ความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงไม่ได้มาจาก men's movement ที่เป็นเอกภาพ — แต่มัน well up อย่างต่อเนื่องจากความขัดแย้งภายในของ gender relations และจากจุดตัดของ gender กับโครงสร้างทางสังคมอื่นๆ