Chapter 4: Live Fast and Die Young
2 min readภาพรวม
บทนี้ศึกษาชีวิตของชายหนุ่มชนชั้นแรงงานที่ตกขอบตลาดแรงงาน ว่างงานเรื้อรัง มีประวัติขัดแย้งกับรัฐ Connell วิเคราะห์ว่าความเป็นชายของพวกเขาถูกประกอบสร้างขึ้นมาอย่างไรในบริบทของความยากจนและการไร้อำนาจ และเสนอแนวคิด protest masculinity (การประท้วงความเป็นชาย) คือการอ้างสิทธิ์ในอำนาจทางเพศสภาพเมื่อไม่มีทรัพยากรที่แท้จริงสำหรับอำนาจนั้น
กลุ่มที่ศึกษา
- ห้าคนหลัก (ตกขอบตลาดแรงงาน): Jack Harley (22), Eel (~21), Patrick Vincent (17), Alan Rubin (29), Mal Walton (21) ออกจากโรงเรียนเมื่อ 15-16 ส่วนใหญ่เคยถูกจับ ขี่มอเตอร์ไซค์
- สามคนเปรียบเทียบ (มีงาน): Stewart Hardy (24), Danny Taylor (23), Paul Gray (26) ภูมิหลังคล้ายกันแต่มีตำแหน่งในตลาดแรงงานต่างกัน
แนวคิดหลัก (Core Concepts)
Abstract Labour: แรงงานนามธรรม
- ชายเหล่านี้ไม่มีทักษะที่ขายได้ ไม่มีคุณวุฒิ ไม่มีอำนาจต่อรองในตลาดแรงงาน พวกเขามีเพียง abstract labour ความสามารถที่ใครก็ทำได้ จึงถูกทดแทนได้ตลอดเวลา
- ประวัติการทำงานเป็นการสลับระหว่างงานชั่วคราวกับการว่างงาน ไม่มีการพัฒนาทักษะ งานแต่ละงานทดแทนกันได้ ความเบื่อหน่ายที่จับต้องได้
- การอยู่รอดในตลาดแรงงานที่ไร้ตัวตนต้องใช้ personal links ครอบครัวและเพื่อน เกือบทุกรายมีเครือข่ายส่วนตัวในการหางาน
- Radical pragmatism: ทำงานนอกระบบ ใช้ชื่อปลอมรับสวัสดิการ ไม่ยึดติดกับสหภาพ อาชญากรรมเล็กๆ น้อยๆ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการหาเงิน
Violence and the State: ความรุนแรงและรัฐ
- ความรุนแรงเป็นลักษณะเด่นของประสบการณ์ของกลุ่ม การต่อสู้ที่โรงเรียน การทำร้ายครู การทะเลาะในครอบครัว การชกต่อยในงานเลี้ยง การทุบตีเกย์ ตำรวจ สถานกักกัน
- จริยธรรมของความรุนแรง: "ความรุนแรงที่ไม่จำเป็นฉันต่อต้าน ความรุนแรงที่ถูกยั่วยุ พวกเขาสมควรได้รับทุกอย่างที่ได้รับ" (Eel)
- รัฐในรูปของโรงเรียน: อำนาจของโรงเรียนเป็นอำนาจแปลกแยก เด็กชายนิยามความเป็นชายของตนในเชิงต่อต้านอำนาจนี้ นำไปสู่การถูกไล่ออก การออกกลางคัน การเผชิญหน้ากับตำรวจ
- ยุทธวิธีต่อรัฐ: การหลีกเลี่ยง เรียนรู้ที่จะหลบตำรวจ จัดการระบบสวัสดิการ หาช่องทางกฎหมายที่อ่อนที่สุด
Compulsory Heterosexuality for Men: การบังคับรักต่างเพศสำหรับผู้ชาย
- Compulsory heterosexuality ไม่ได้บังคับเฉพาะผู้หญิง มันบังคับผู้ชายด้วย เพศชายต้องถูกทำให้มีวินัยเพื่อรักต่างเพศ
- Mal Walton เลิกช่วยตัวเองเพราะกลัวว่ามือที่แข็งกว่าช่องคลอดจะทำให้ไม่สนุกกับผู้หญิง
- Homophobia: Eel และ Gary "เคยไปล่าเกย์" ที่ King's Cross แต่ Eel หยุดเมื่อพี่ชายของเขา "กลายเป็นเกย์" ตราบใดที่พวกเกย์ไม่มายุ่งกับเขา
- ความตึงเครียดในอุดมการณ์ทางเพศ: การเกลียดผู้หญิงแบบดูถูกอยู่ร่วมกับการเคารพความเข้มแข็งของผู้หญิง homophobia อยู่ร่วมกับ live-and-let-live ความกลัวการเป็นพ่ออยู่ร่วมกับความปรารถนาจะมีลูก
Protest Masculinity: การประท้วงความเป็นชาย
Connell ใช้แนวคิดของ Alfred Adler (masculine protest) แต่มองในเชิง collective practice:
- การตอบสนองต่อความไร้อำนาจ: การอ้างสิทธิ์เกินจริงในอำนาจที่วัฒนธรรมผูกไว้กับความเป็นชาย
- การแสดงออกที่บ้าคลั่งและโอ้อวด (frenzied and showy), ความรุนแรง การต่อต้านโรงเรียน อาชญากรรม ยาเสพติด มอเตอร์ไซค์ การทุบตีเกย์ การขับรถเร็ว
- ไม่ใช่แค่ stereotype: Jack Harley ไม่สนใจว่าภรรยาจะหาเงินได้มากกว่า อยากทำงานบาร์เพราะมิติของมนุษย์ หลายคนมีความเห็นเสมอภาคทางเพศ Mal Walton สักทั้งตัวเหมือนงานศิลปะมีชีวิต
- การแสดงที่ต้องใช้ Witnesses: ผู้หญิงที่เงียบ ตำรวจที่จดทะเบียนรถ "คนทั่วไป" ที่ถูกทำให้กลัว
- ทางตัน (cul-de-sac): "live fast and die young" ไม่มีวิสัยทัศน์อนาคต Eel พูดว่า "หรือฉันจะเป็นนักวิเคราะห์ระบบ หรือฉันจะตายก่อนอายุ 40" ความตายบนมอเตอร์ไซค์เป็นแก่นเรื่องสำคัญ
วิถีอื่นๆ (Other Trajectories)
- Alan Rubin: ประชดประชัน, intellectual, bohemian รู้เท่าทันและถอยห่างจาก protest masculinity แต่ความขมขื่นต่อระบบยังอยู่ "totally corrupt"
- Stewart Hardy: ใช้การศึกษาเป็นทางหนี ศาสนา → เมืองใหญ่ → วิทยาลัยเทคนิค → มหาวิทยาลัย แต่ยัง homophobic และ misogynist
- Danny Taylor: หันเข้าหาแม่ วิกฤตทางเพศ → healing → environmentalism ยอมรับ feminist critique
- Paul Gray: จากเส้นทาง protest masculinity → cross-dressing → พยายาม "ใช้ชีวิตเป็นผู้หญิง" ไม่ใช่ transsexual แบบทั่วไป เป็น "ผู้หญิงระหว่างการก่อสร้าง" (woman-under-construction)
Key Takeaways
- Protest masculinity เป็น marginalized masculinity รับเอาองค์ประกอบของ hegemonic masculinity แต่ปรับใช้ในบริบทของความยากจน คือการอ้างสิทธิ์ในอำนาจที่ไม่มีทรัพยากรรองรับ
- การสูญเสียพื้นฐานทางเศรษฐกิจของอำนาจชายนำไปสู่ divided consciousness ความเสมอภาคและการเกลียดผู้หญิงอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่ทิศทางการเมืองใหม่
- วิถีของ Danny และ Paul แสดงให้เห็นความเป็นไปได้ของ การปฏิเสธ hegemonic masculinity จากจุดเริ่มต้นเดียวกัน แต่เป็นโครงการส่วนบุคคลอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่การเคลื่อนไหวร่วม
- หนทางที่มีความหวังมากกว่าไม่ได้อยู่ที่ hypermasculine display แต่อยู่ที่ ตรรกะทางเศรษฐกิจที่รองรับครัวเรือนเสมอภาค ประสบการณ์ส่วนตัวของความเข้มแข็งของผู้หญิง และความสนใจในเด็กที่หลายคนมี
- Solidarity ของ protest masculinity คือ solidarity ที่แบ่งแยกกลุ่มออกจากชนชั้นแรงงานที่เหลือ มันคือการแสดงที่ไม่มีวันไปถึงไหน